วรรณกรรมท้องถิ่น วรรณกรรมไทย วรรณกรรมพื้นบ้าน เรื่องเล่านวนิยายจากทั่วโลก

บอกเล่าเรื่องราว วรรณกรรมไทย วรรณกรรมท้องถิ่น วรรณกรรมพื้นบ้าน และวรรณกรรมปัจจุบัน นวนิยายจากนักเขียนชื่อดังทั่วโลก

วรรณศิลป์ หมายถึงอะไร มาทำความเข้าใจกันเถอะ

วรรณศิลป์ ใหม่ๆ

งานศิลปะนั้นมีหลากหลายแขนง ไม่ได้มีแต่การวาดเขียนหรืองานประติมากรรมอย่างที่หลายคนเข้าใจ การเขียนหนังสือก็เป็นศิลปะอีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ถ้าเป็นงานศิลป์ในเชิงงานเขียนเราจะเรียกว่า “วรรณศิลป์” สามารถขยายความให้เข้าใจได้ง่ายๆ ก็คือ การมีศิลปะในการเรียบเรียงถ้อยคำให้สละสลวยและมีจุดมุ่งหมายบางอย่างที่สะเทือนถึงอารมณ์ของผู้เสพ เช่นเดียวกันกับศิลปะในรูปแบบอื่นๆ นั่นเอง

องค์ประกอบของวรรณศิลป์

ไม่ว่าจะเป็นศิลปะแบบใดก็จะมีรายละเอียดปลีกย่อยให้เราได้เรียนรู้เหมือนกันหมด ยิ่งมีมากก็ยิ่งเอาไปต่อยอดได้มาก มันเป็นคุณลักษณะสำคัญของงานศิลปะที่ทำให้ศิลปินสร้างเส้นทางของตัวเองได้อย่างหลากหลาย ถึงบางครั้งเราจะรู้สึกว่ามีบางคนที่มีแนวทางของผลงานคล้ายๆ กัน แต่ถ้าดูดีๆ ก็จะพบว่ามันต่างกันอย่างสิ้นเชิงทีเดียว วรรณศิลป์เองก็มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ว่านี้ด้วย มีทั้งหมด 6 องค์ประกอบ ดังต่อไปนี้

  1. อารมณ์สะเทือนใจ ความสะเทือนใจในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความเศร้าโศกแต่อย่างใด แต่มันหมายความว่างานเขียนนั้นผู้อ่านจะต้องสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่าง เช่น อารมณ์รัก อารมณ์โกรธ อารมณ์ขัน เป็นต้น
  2. ความคิดและจินตนาการ นี่น่าจะเป็นแก่นสำคัญของงานวรรณศิลป์เลยทีเดียว เรื่องที่สมบูรณ์แบบจะต้องมีความสมดุลระหว่างแนวความคิดกับจินตนาการ จะเทน้ำหนักไปทางใดทางหนึ่งเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่สามารถชูจุดเด่นเฉพาะด้านได้ เช่น เป็นเรื่องที่เน้นจินตนาการแล้วเสริมแนวความคิดเล็กๆ น้อยๆ เป็นต้น
  3. การสื่อสารกับผู้อ่าน ต่อให้เนื้อเรื่องดี สำนวนเด่นสักแค่ไหน แต่ถ้าผู้อ่านไม่อาจเข้าใจได้ก็ไร้ประโยชน์ หรือถ้าการสื่อสารนั้นทำให้ความเข้าใจผิดเพี้ยนไปจากความตั้งใจของผู้เขียน ก็จะส่งผลกระทบการอารมณ์ของผู้อ่านด้วย จุดนี้จึงต้องให้ความใส่ใจอย่างมาก จะมีช่องว่างระหว่างผู้เขียนและผู้อ่านไม่ได้เลย
  4. อัตลักษณ์ของผู้เขียน ข้อนี้เป็นส่ิงที่ต้องใช้เวลาในการสั่งสมไปเรื่อยๆ ผู้อ่านจะจับอัตลักษณ์ของผู้เขียนได้เอง และผู้เขียนก็ไม่สามารถเสแสร้งแกล้งทำหรือได้ ต่อให้คิดจะทำก็ทำได้เฉพาะช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น
  5. กลวิธีในการเขียน ประเด็นนี้เป็นเหมือนเครื่องปรุงแต่งที่จะเพิ่มอรรถรสให้กับงานเขียน ใครมีเทคนิคอันแพรวพราวมากกว่าก็จะสร้างสรรค์ผลงานให้ตื่นตาตื่นใจได้มากกว่า อย่างที่เราจะเห็นว่า บางคนใช้วิธีเล่าเรื่องไปตามลำดับเวลา อ่านแล้วก็เพลิดเพลินจนหยุดไม่ได้ ในขณะที่อีกคนอาจใช้การเล่ากระโดดไปมาและใช้จุดเชื่อมโยงบางอย่างที่ไม่ทำให้ผู้อ่านสับสน แบบนี้ก็กระตุ้นต่อมคิดได้ดี ไม่มีกฎเกณฑ์กำหนดว่าแบบไหนดีกว่า อยู่ที่ฝีมือของผู้เขียนล้วนๆ
  6. องค์ประกอบของเรื่อง หมายความรวมถึงทิศทางการดำเนินเรื่อง สำนวนที่จะเลือกใช้ โทนอารมณ์ของเนื้อเรื่อง ต้องมีการกำหนดให้ชัดเจนตั้งแต่เริ่มต้นทั้งหมด อาจยังไม่ต้องลงรายละเอียดแต่ก็ต้องมีเค้าโครงที่จะเป็นกรอบบังคับไม่ให้ผู้เขียนหลงทางไปไกล ซึ่งในองค์ประกอบนี้ยังสามารถแยกย่อยได้อีกมากถึง 6 ประเด็น ดังนี้

– โครงเรื่องที่ต้องกำหนดไว้ตั้งแต่ต้นจนจบว่าจะเริ่มที่ไหนและไปจบที่ไหน จุดหักมุมมีหรือไม่อย่างไร ถ้ามีการผูกปม จะแก้ปมอย่างไร

– ตัวละคร ต้องลงรายละเอียดทั้งภาพลักษณ์ นิสัย อารมณ์ การตัดสินใจ ยิ่งชัดเท่าไรก็ยิ่งดี

– สถานที่ ผู้เขียนควรมองเห็นภาพสถานที่อย่างชัดเจน เวลาบรรยายไปเรื่อยๆ จะได้ไม่มีความผิดปกติที่ผู้อ่านสามารถจับได้เกิดขึ้น

– บทพูด ตัวละครแต่ละตัวที่มีอุปนิสัยแตกต่างกัน ก็จะมีสไตล์การพูดที่แตกต่างกันไปด้วย ส่วนนี้ผู้เขียนต้องกำหนดเอาไว้ให้แน่ชัด ไม่อย่างนั้นเวลาเดินเรื่องไปเรื่อยๆ มันอาจจะเกิดความผิดเพี้ยนของตัวละครได้

– มุมมอง ยิ่งมุมมองล้ำลึกมากเท่าไร ก็จะเพิ่มอรรถรสให้กับการอ่านมากยิ่งขึ้น

– แก่นของเรื่อง องค์ประกอบสุดท้ายควรมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น แต่ก็สามารถมีส่วนเสริมปลีกย่อยได้

Comments are closed.