วรรณกรรมท้องถิ่น วรรณกรรมไทย วรรณกรรมพื้นบ้าน เรื่องเล่านวนิยายจากทั่วโลก

บอกเล่าเรื่องราว วรรณกรรมไทย วรรณกรรมท้องถิ่น วรรณกรรมพื้นบ้าน และวรรณกรรมปัจจุบัน นวนิยายจากนักเขียนชื่อดังทั่วโลก

“คำพิพากษา”งานวรรณกรรมประเภทนิยาย สุดโด่งดังถึงขั้นคว้ารางวัล ซีไรต์

คำพิพากษา เป็นงานวรรณกรรมประเภทนิยาย ที่ประพันธ์โดย ชาติ กอบจิตติ ได้รับรางวัลนวนิยายดีเด่นแห่งชาติ ในปีพ.ศ. 2524 และรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน พ.ศ. 2525 โดยที่เนื้อหาจะเล่าถึงเรื่องของ “ฟัก” ชายหนุ่มผู้ที่ได้ตกเป็นจำเลยของสังคมโดยความผิดที่เขาไม่ได้ก่อ ถูกตีตราจากสังคมว่าเป็นคนเลวที่ประพฤติผิดแผกไปจากจารีตประเพณีอันดีงามของสังคม กระทั้งกลายเป็นตัวประหลาด เป็นที่รังเกียจเดียดฉันที ได้รับความน่าสมเพชจากคนในสังคม ในที่สุดก็ต้องพบกับจุดจบอันน่าเวทนา สิ้นชีวิตไปอย่างไร้เกียรติ ไม่ต่างจากสัตว์ตัวหนึ่งที่ไม่มีใครสนใจ ว่ายังมีแต่ความปิติยินดีที่สิ้นคนอัปรีย์ไปจากหมู่บ้านได้เสียที วรรณกรรมในเรื่องนี้นั้นสามารถที่จะนำเสนอ ความเป็นชายขอบเขต และสิทธานุมัติทางสังคมได้เป็นอย่างดี

 

ปมขัดแย้งหลักๆ ของเรื่อง คำพิพากษานั้น คือความเข้าใจผิดของสังคมที่มีต่อฟัก กล่าวหาว่าฟักนั้นประพฤติผิดในกามกับนางสมทรง ซึ่งเป็นแม่เลี้ยงของตน กระทั่งได้รับการลงโทษจากสังคมโดยการถูกผลักไสออกจากสังคม ผู้ประพันธ์ในเรื่องนี้นั่น เปิดเนื้อเรื่องมาด้วยการบรรยายปมปัญหาที่เกิดขึ้น ตามมาด้วยการบรรยายชีวิตของฟักในวัยเด็ก พร้อมกับบรรยายลักษณะของสังคมที่ฟักนั้นได้อาศัยอยู่ และได้มุ่งเน้นในการเล่าผ่านมุมของตัวละครเป็นหลัก

 

จุดเปลี่ยนของฟักนั้นเกิดขึ้นเมื่อพ่อของตนเองได้เสียอาชีพลง นอกจากที่จะทิ้งมรดกตกทอดในฐานะของ ภารโรงไว้ให้แล้ว ยังทิ้ง สมทรง หญิงผู้ที่มีอาการป่วยทางจิต ที่พ่อของฟักได้รับเข้ามาอยู่ร่วมบ้านกันในฐานะภรรยาไว้ให้ฟักได้ดูแลอีกด้วย และจุดนี้เองจึงเป็นที่มาของปมปัญหาชีวิตของฟัก เพราะหลังจากนั้นฟักก็ตกเป็นจำเลยของสังคมโดยการที่ชาวบ้านร้านตลาดนั้นต่างๆโทษจันว่าเขานั้นเอาแม่เลี้ยงของตนขึ้นมาเป็นเมียของตนหลังจากผู้ เป็นพ่อได้เสียชีวิตไป ต่อมาศีลธรรมของคนในตำบลได้เริ่มทำงานโดยการวิพากษ์วิจารณ์ฟักกันอย่างหนักหน่วงและสนุกสนาน โดยที่ไม่มีใครเลยที่จะไถ่ถามหาความเป็นจริงจากปากของฟัก แต่พอเมื่อฟักออกมาเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตน ผลไม่ได้เป็นไปอย่างที่ตั้งใจไว้กลับกลายเป็นตอกย้ำความคิดให้เหล่าชาวบ้านเชื่อมั่นว่าเป็นจริงอย่างที่ได้เล่าลือกันมา จนทำให้ฟักนั้นได้กลายเป็นที่รังเกียจของชาวบ้านจนต้องเข้ามาพึ่งพาสุรา ซึ่งทำให้เขารู้สึกว่าได้หลุดออกจากโลกแห่งความเป็นจริงที่ย่ำแย่นี้ ความเจ็บปวดที่เพิ่มพูนขึ้น ความเครียดที่สะสม ทำให้เขานั้นติดสุราอย่างหนัก ความน่าเชื่อถือที่มีในตัวยิ่งเหือดหาย ทั้งยังถูกสังคมย่ำยีดูถูกและถูกกระทำเอาเปรียบจากคนในสังคม เช่น เป็นภารโรงที่ถูกครูใหญ่โกงเงินโดยที่ตนเรียกร้องหาความยุติธรรมก็ไม่มีใครเชื่อ ถูกลอบดักทำร้ายร่างกาย และอื่นๆ อีกมากมาย เรื่องราวต่างๆนาๆ ที่ทำให้ฟักดูเป็นคนที่เลวร้ายในสายตาสังคมถูกกล่าวหามากขึ้นเรื่อยๆ

 

เรื่องราวได้ดำเนินมาจนถึงจุดจบอย่างน่าเวทนา เมื่อฟักเข้าไปไถ่ถามและทวงเงินจากครูใหญ่ รวมถึงไปประณามเขาถึงโรงเรียน จนทำให้ฟักนั้นต้องโดนจับขังคุก อยู่หลายชั่วโมง และเกิดอาการอยากสุราถึงขั้นลงแดง จนเสียชีวิตหลังได้รับการปล่อยตัวเพียงไม่นาน และเนื้อเรื่องก็คงดำเนินต่อไปถึงการจัดงานศพของฟัก ที่ถูกทำอย่างไร้เกียรติและน่าเวทนา โดยการนำศพของฟักนั้นมาทดลองเตาเผาแบบใหม่ ไร้ซึ่งผู้คนที่เสียใจ และไร้ซึ่งพิธีใดๆ ทั้งสิ้น ฟักสิ้นชีวิตลงอย่างไรเกียรติ ตกเป็นจำเลยสังคมที่ไม่มีแม้โอกาสจะแก้ตัวหรือเรียกร้องความยุติธรรมให้กับตน แถมเรื่องราวเล่าขานในความเลวที่ตนไม่ได้เป็นคนก่อนั้น ก็ถูกกล่าวขานกันเรื่อยไป

Comments are closed.