วรรณกรรมท้องถิ่น วรรณกรรมไทย วรรณกรรมพื้นบ้าน เรื่องเล่านวนิยายจากทั่วโลก

บอกเล่าเรื่องราว วรรณกรรมไทย วรรณกรรมท้องถิ่น วรรณกรรมพื้นบ้าน และวรรณกรรมปัจจุบัน นวนิยายจากนักเขียนชื่อดังทั่วโลก

Author: admin

วรรณศิลป์ หมายถึงอะไร มาทำความเข้าใจกันเถอะ

วรรณศิลป์ ใหม่ๆ

งานศิลปะนั้นมีหลากหลายแขนง ไม่ได้มีแต่การวาดเขียนหรืองานประติมากรรมอย่างที่หลายคนเข้าใจ การเขียนหนังสือก็เป็นศิลปะอีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ถ้าเป็นงานศิลป์ในเชิงงานเขียนเราจะเรียกว่า “วรรณศิลป์” สามารถขยายความให้เข้าใจได้ง่ายๆ ก็คือ การมีศิลปะในการเรียบเรียงถ้อยคำให้สละสลวยและมีจุดมุ่งหมายบางอย่างที่สะเทือนถึงอารมณ์ของผู้เสพ เช่นเดียวกันกับศิลปะในรูปแบบอื่นๆ นั่นเอง องค์ประกอบของวรรณศิลป์ ไม่ว่าจะเป็นศิลปะแบบใดก็จะมีรายละเอียดปลีกย่อยให้เราได้เรียนรู้เหมือนกันหมด ยิ่งมีมากก็ยิ่งเอาไปต่อยอดได้มาก มันเป็นคุณลักษณะสำคัญของงานศิลปะที่ทำให้ศิลปินสร้างเส้นทางของตัวเองได้อย่างหลากหลาย ถึงบางครั้งเราจะรู้สึกว่ามีบางคนที่มีแนวทางของผลงานคล้ายๆ กัน แต่ถ้าดูดีๆ ก็จะพบว่ามันต่างกันอย่างสิ้นเชิงทีเดียว วรรณศิลป์เองก็มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ว่านี้ด้วย มีทั้งหมด 6 องค์ประกอบ ดังต่อไปนี้ อารมณ์สะเทือนใจ ความสะเทือนใจในที่นี้ไม่ได้หมายถึงความเศร้าโศกแต่อย่างใด แต่มันหมายความว่างานเขียนนั้นผู้อ่านจะต้องสัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่าง เช่น อารมณ์รัก อารมณ์โกรธ อารมณ์ขัน เป็นต้น ความคิดและจินตนาการ นี่น่าจะเป็นแก่นสำคัญของงานวรรณศิลป์เลยทีเดียว เรื่องที่สมบูรณ์แบบจะต้องมีความสมดุลระหว่างแนวความคิดกับจินตนาการ จะเทน้ำหนักไปทางใดทางหนึ่งเพียงอย่างเดียวไม่ได้ แต่สามารถชูจุดเด่นเฉพาะด้านได้ เช่น เป็นเรื่องที่เน้นจินตนาการแล้วเสริมแนวความคิดเล็กๆ น้อยๆ เป็นต้น การสื่อสารกับผู้อ่าน ต่อให้เนื้อเรื่องดี สำนวนเด่นสักแค่ไหน แต่ถ้าผู้อ่านไม่อาจเข้าใจได้ก็ไร้ประโยชน์ หรือถ้าการสื่อสารนั้นทำให้ความเข้าใจผิดเพี้ยนไปจากความตั้งใจของผู้เขียน ก็จะส่งผลกระทบการอารมณ์ของผู้อ่านด้วย จุดนี้จึงต้องให้ความใส่ใจอย่างมาก จะมีช่องว่างระหว่างผู้เขียนและผู้อ่านไม่ได้เลย อัตลักษณ์ของผู้เขียน ข้อนี้เป็นส่ิงที่ต้องใช้เวลาในการสั่งสมไปเรื่อยๆ ผู้อ่านจะจับอัตลักษณ์ของผู้เขียนได้เอง และผู้เขียนก็ไม่สามารถเสแสร้งแกล้งทำหรือได้ ต่อให้คิดจะทำก็ทำได้เฉพาะช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น กลวิธีในการเขียน […]

แนะนำวรรณกรรมคลาสสิคของโลกที่น่าจดจำ

วรรณกรรมคลาสสิคน่าสนใจ

การอ่านหนังสือเป็นกิจกรรมที่ช่วยเปิดโลกให้เราได้อย่างดี แถมยังมีผลต่อความคิด การวิเคราะห์และการตัดสินใจของเราด้วย แม้ว่าหนังสือที่อ่านจะเป็นนิยาย เรื่องสั้น หรืออะไรก็ตามที่คนไม่อ่านหนังสือมองว่าเป็นสิ่งไร้สาระ ไม่สามารถเทียบเท่ากับหนังสือเชิงจิตวิทยา หนังสือวิชาการหรือสาระหนักๆ อันเคร่งเครียดได้ แต่อย่างไรการอ่านก็สร้างสมาธิและความสุนทรีย์ให้กับผู้อ่านได้เสมอ ยิ่งถ้าได้เจอหนังสือที่เรียบเรียงเรื่องราวได้น่าติดตามแล้วก็ใช้สำนวนอันลื่นไหล ก็ยิ่งได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นอีก ครั้งนี้เราจึงจะมาแนะนำวรรณกรรมสุดคลาสสิคระดับโลก สำหรับผู้ที่ชื่นชอบอ่านแนวเรื่องแต่งที่มีข้อคิดดีๆ แฝงอยู่ ลองไปหามาอ่านกันดูแล้วจะหลงรักอย่างแน่นอน Nineteen eighty-four นี่เป็นวรรณกรรมแนววิทยาศาสตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสภาพสังคมในอนาคต เนื้อเรื่องมีความตื่นตาตื่นใจและช่วยให้ขบคิดอยู่ตลอดเวลา และสิ่งที่พบก็คือความเป็นไปที่พยายามนำเสนอว่าเป็นเหตุการณ์ในอนาคตนั้น หลายอย่างเกิดขึ้นจริงแล้วในยุคปัจจุบัน มันเลยยิ่งทำให้เราเชื่อมโยงกับหนังสือได้ง่ายขึ้น แล้วก็เกิดคำถามขึ้นในใจว่า จะเป็นอย่างไรหากทุกการกระทำของผู้คนในสังคมถูกจับตามองโดยคนที่ต้องการยึดอำนาจเบ็ดเสร็จไว้เพียงผู้เดียว Harry Potter             จะมีใครที่ไม่รู้จักวรรณกรรมอันสั่นสะเทือนวงการเล่มนี้บ้าง นี่เป็นวรรณกรรมสำหรับผู้ใหญ่ที่อ่านได้ทุกเพศทุกวัย แม้ว่าตัวละครหลักจะเริ่มจากการเป็นเด็ก แต่ที่ต้องบอกว่าเป็นวรรณกรรมผู้ใหญ่นั้น เพราะเนื้อเรื่องมีแนวความคิด การเติบโต และการสูญเสียแบบที่เราจะพบในมุมมองของผู้ใหญ่นั่นเอง วรรณกรรมเรื่องนี้มีด้วยกันหลายเล่มแล้วก็ยังมีส่วนขยายเพื่ออธิบายสิ่งต่างๆ ในวรรณกรรมด้วย ถ้าใครได้อ่านรับรองว่าจะว่างไม่ลงเลยทีเดียว The Little Prince             อีกหนึ่งตำนานวรรณกรรมที่ทุกคนแทบจะเคยอ่านกันหมด เป็นหนังสือเล่มเล็กๆ ที่อัดแน่นเนื้อหาแห่งจินตนาการเอาไว้เต็มเปี่ยม ทุกบทที่อ่านไปเราจะได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในทุกบรรทัด พร้อมกับมีอารมณ์ชื่นบานอยู่ตลอดเวลา เด็กๆ ที่อ่านจะได้เรียนรู้ถึงความรัก ความผูกพัน ความเข้าใจเอาใจใส่ รวมไปถึงการสูญเสียที่ไม่ได้เศร้าโศกมากอย่างที่คิด Anna Karenina             […]

ส่องวรรณกรรมท้องถิ่น 4 ภาคของไทย

ส่องวรรณกรรมท้องถิ่น 4 ภาคของไทย

‘วรรณกรรมพื้นบ้าน’ คือ ผลงานการสร้างสรรค์ของมนุษย์ จัดเป็นงานศิลปะทางตัวอักษรประเภทหนึ่ง โดยเกิดขึ้นจากการใช้ภาษา, การพูด รวมทั้งการเขียนของกลุ่มชนในแต่ละท้องถิ่นที่มีความแตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเช่น… วรรณกรรมพื้นบ้านภาคกลาง วรรณกรรมพื้นบ้านภาคเหนือ วรรณกรรมพื้นบ้านภาคอีสาน วรรณกรรมพื้นบ้านภาคใต้ โดยในแต่ละท้องถิ่น ต่างก็จะใช้ภาษาพื้นบ้านในการถ่ายทอดที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง สำหรับวรรณกรรมนี้ เป็นเครื่องมือในการสื่อเรื่องราวทางด้านต่างๆ ในท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่งโดยเฉพาะ ยกตัวอย่างเช่น ประเพณี, วิถีชีวิต, สภาพเศรษฐกิจ, สังคม และค่านิยม รวมทั้งความเชื่อต่างๆ อันเป็นรากฐานของความคิดรวมทั้งพฤติกรรมของผู้คนในยุคปัจจุบัน วรรณกรรมทั้ง 4 ภาค ประกอบด้วยลักษณะ ดังนี้… ใช้ภาษาท้องถิ่น – ในสมัยโบราณวัดจัดเป็นศูนย์กลางของการศึกษา เพราะยังไม่มีโรงเรียนตั้งขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพราะฉะนั้นในเรื่องของอักษรในถิ่นในแต่ละภาคล้วนมีความแตกต่างกัน คำประพันธ์ท้องถิ่น – โดยวรรณกรรมทั้ง 4 ภาค จะมีลักษณะเป็นร้อยกรองจำนวนมาก มีลีลาสอดคล้องกับสำเนียงท้องถิ่น หากแต่อย่างไรก็ตามรูปแบบคำประพันธ์ที่ใช้ในการแต่งวรรณกรรม ก็มีความแตกต่างกันไปในแต่ละภาค การประพันธ์คล้ายกัน – เน้นทางศาสนาเป็นหลัก เช่น นิทานชาดกวรรณกรรมคำสอน โดยวรรณกรรมส่วนใหญ่จะมุ่งสอนในเรื่องจริยธรรมแก่ประชาชน ด้วยการยึดหลักธรรมทางพุทธศาสนาสอดคล้องไปกับการให้ความบันเทิงเพื่อทำให้เข้าใจง่าย นิทานได้รับความนิยมมาก – โดยนอกเหนือไปจากการเล่าสู่กันฟังแล้ว ก็ยังมีรูปแบบของละครพื้นบ้าน […]

วรรณกรรมเล่มแรกของไทย คือเรื่องอะไรเรามาดูกัน

วรรณกรรมเล่มแรกของไทย

‘วรรณกรรมไทย’ จัดเป็นงานเขียนอันทรงคุณค่า โดยเกิดจากองค์ประกอบหลายๆประการรวมกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ ภาษา และจินตนาการ รวมทั้งลักษณะทางสังคม ที่ผ่านการสื่อออกมาด้วยวิธีต่างๆ โดยมีทั้งร้อยแก้ว และร้อยกรองซึ่งมีการประพันธ์ขึ้นเป็นภาษาไทย ในส่วนของเอกลักษณ์ ก็คือ การใช้ภาษาไทยได้ออกมาอย่างสละสลวยและงดงามวิจิตร วรรณกรรมไทยส่วนหนึ่งได้บอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ จัดเป็นองค์ประกอบหนึ่งของการสร้างงานทางวรรณคดี โดยจัดเป็นสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้วรรณคดีมีเอกลักษณ์ต่างกัน สำหรับวรรณคดีไทยปรากฏตัวขึ้นครั้งแรก ในสมัยสุโขทัยพุทธศตวรรษ 19 โดยมีการเล่าเรื่องราวที่สอดคล้องกับเหตุการณ์ต่างๆ ในประวัติศาสตร์ ได้อย่างผสมผสานกลมกลืน โดยในตอนนั้นชาวไทย ได้มีการพัฒนาภาษาขึ้น ซึ่งไม่เหมือนชาติใดในโลก โดยมีหลักฐานมารองรับให้เห็นเด่นอย่างชัดเจนในสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี อีกทั้งยังมีการเริ่มการปกครองโดยกษัตริย์ในราชวงศ์พระร่วง ‘วรรณคดีสุโขทัย’ คือ ยุคแห่งการแสวงหาลักษณะเฉพาะตัวของชาติ ยุคสุโขทัย คือ ยุคที่ประชาชนชาวไทยกำลังแสวงหาอัตลักษณ์เฉพาะตัวของชาติ ทำให้วรรณคดีสุโขทัยได้แสดงให้เห็นจุดมุ่งหมายอันแรงกล้าในข้อนี้ จนกระทั่งเกิดการบันทึกเรื่องราวอันเป็นลากลักษณ์อักษรขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่น การบันทึกหลักศิลาจารึกการประดิษฐ์ตัวอักษรของไทย ในปี พ.ศ. 1826 การนำพุทธศาสนาให้กลายมาเป็นศาสนาประจำชาติ การประพฤติธรรมตามหลักพระพุทธศาสนา เป็นต้น ต่อมาเมื่อประเทศชาติเกิดความมั่นคงมากขึ้นแล้ว ทำให้ลักษณะของวรรณคดีไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงจากวรรณคดีศาสนา กลายเป็นวรรณคดีที่สะเทือนอารมณ์ ต่อมาเมื่อคนไทยติดต่อค้าขายกับชาติที่มาจากยุโรป ก็รับความคิดทางวรรณคดีมาหากแต่ก็ยังคงลักษณะความเป็นไทยไว้ได้เป็นอย่างดี วรรณคดีสมัยสุโขทัย กับ วรรณกรรมเล่มแรกของไทย วรรณคดีสมัยสุโขทัย เริ่มต้นในปีพ.ศ. […]

รวมผลงานวรรณกรรมคลาสสิกของโลก

รวมผลงานวรรณกรรมคลาสสิกของโลก

การอ่านวรรณกรรมคลาสสิก จะทำให้ผู้อ่านได้รับทั้งความสนุกสนานระดับโลก อีกทั้งยังทำให้คุณได้เรียนรู้เรื่องราวของชีวิต , ซึมซับประสบการณ์ ตลอดจนได้เรียนรู้ความคิดของผู้คนจำนวนมากแบบลึกซึ้งช่วยกระตุ้นทำให้ทัศนคติกว้างไกลเพิ่มมากขึ้น ณ ปัจจุบันนี้ในโลกตะวันตกก็ยังกระตุ้นให้นักเรียนอ่านหนังสือคลาสสิก เนื่องจากเป็นการวางรากฐานอันสุดล้ำลึกและกว้างขวาง ประเทศญี่ปุ่นก้าวหน้าเพราะส่วนหนึ่งมาจากการอ่านวรรณกรรม ประเทศญี่ปุ่น เปิดประเทศรับวรรณกรรมจากต่างประเทศในสมัยเมจิ โดยได้มีการแปลพร้อมอ่านวรรณกรรมคลาสสิกของโลกกันอย่างกว้างขวาง จากจุดนี้นี่เองได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งทำให้ญี่ปุ่นรุ่งเรืองทางด้านการศึกษา , วิทยาศาสตร์ , การเมือง และสังคม ไกลกว่าประเทศไทยมาก เพราะฉะนั้นคงถึงเวลาแล้วที่ชาวไทยควรหันมาอ่านหนังสือวรรณกรรมแบบเป็นจริงเป็นจังเสียที สำหรับหนึ่งในนวนิยายที่อยากแนะนำให้คุณผู้อ่าน อ่านอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือ ‘ปราการอุดมคติ’ ของ A. J. Cronin นักเขียนซึ่งเคยเป็นคุณหมอมาก่อน เขาได้เขียนนวนิยายชิ้นเอกซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่ลงรอยกันของแพทย์ 2 กลุ่มได้อย่างสมจริง จนกระทั่งกลายมาเป็นหนังสือที่นักศึกษาแพทย์ รวมทั้งผู้อยู่ในวงการนี้ ควรอ่านเป็นอย่างยิ่ง แม้แต่ผู้อ่านในฐานะคนไข้ ก็ยังได้แง่คิดเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ถ้าพูดถึงหนังสือทางการแพทย์อีกเล่มหนึ่งที่น่าสนใจ ขอแนะนำ อัตชีวประวัติของหมอ Ben Carson ชาวอเมริกันผิวสี ที่เกิดมาจากครอบครัวยากจนในย่านสลัม หากแต่เมื่อเติบโตเขาได้กลายมาเป็นคุณหมอผ่าตัดที่มากฝีมืออีกทั้งยังมีชื่อเสียงมาก ชื่อหนังสือของเขาคือ ‘สองมือแห่งศรัทธา’ แพทย์ผู้สร้างแรงบันดาลใจ วรรณกรรมระดับโลกช่วยยกระดับสติปัญญา หนังสือของ Albert Camus นักเขียนชาวฝรั่งเศสผู้ได้รับรางวัลโนเบล […]

ห้องสมุดที่เก่าแก่ที่สุดในโลกมีอะไรบ้าง

ห้องสมุดที่เราไม่ได้มีโอกาสไปอย่างแน่นอน

ทุกๆ คนคงไม่มีใครไม่รู้จักห้องสมุด แหล่งหาความรู้ชั้นดีที่รวบรวมหนังสือไว้อย่างคับคั่ง ซึ่งจริงๆ แล้วห้องสมุดมีให้บริการมายาวนาน ทำให้มีห้องสมุดเก่าแก่ขึ้นมากมาย ในวันนี้เราจึงอยากพาทุกท่านที่หลงไหลการเข้าห้องสมุดไปเยี่ยมชมห้องสมุดที่เก่าแก่ที่สุดในโลกกันว่ามีที่ไหน มีความน่าสนใจอย่างไรจึงทำให้ได้รับการยกย่อง ห้องสมุดเก่าแก่ที่สุดในโลก “ฟรานซิส ทริกก์” ห้องสมุดล่ามโซ่ ห้องสมุดฟรานซิส ทริกก์ ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1589 ที่เมืองกรานธัม ทางตะวันออกของอังกฤษ ที่จัดให้เป็นห้องสมุดสาธารณะแห่งแรกของอังกฤษ โดยชื่อของที่นี่ตั้งตามชื่อของนักบวชในกลุ่มพิวริตัน ฟรานซิส ทริกก์นั่นเอง จุดมุ่งหมายก็เพื่อให้นักบวชได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเกี่ยวกับด้านวิทยาศาสตร์และเทววิทยาซึ่งลักษณะจะเป็นห้องสมุดแบบล่ามโซ่ มหาวิหารแฮเรอเฟิร์ด ห้องสมุดแห่งนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกของอังกฤษในศาสนสถาน เป็นห้องสมุดที่ใช้โซ่ล่ามหนังสือที่ยังสามารถใช้งานระบบโซ่ ล็อก และคานได้ดีตามปกติที่เหลืออยู่แห่งเดียว โดยในห้องสมุดแห่งนี้จะมีหนังสือมากมายตั้งแต่ปี ค.ศ. 1100 รวมถึงตัวอย่างงานเขียนลายมือ บทเพลงโต้ตอบที่คล้ายลำตัดที่อยู่ในทศวรรษ 13 และสถูปจากไม้โอ๊คที่ยังคงสภาพดี รอยัลแกรมมา ห้องสมุดของโรงเรียนชายล้วน ที่นี่เป็นห้องสมุดที่ก่อสร้างในปี ค.ศ. 1480 ที่เมืองกิลด์ฟอร์ด ทางตอนใต้ของอังกฤษ โดยเป็นห้องสมุดแบบล่ามโซ่ที่อยู่ภายในโรงเรียนชายล้วนรอยัลแกรมมา หนังสือที่อยู่บนชั้นเราสามารถค้นหาหนังสือย้อนไปไกลถึงปี ค.ศ. 1897 ได้ เรียกว่าเป็นห้องสมุดที่เก่าแก่จริงๆ ห้องสมุดมาลาเตสติอานา ต่อมาเป็นห้องสมุดมาลาเตสติอานา ที่เปิดให้บริการครั้งแรกในปี ค.ศ. 1452 ที่เมืองเซเซนา […]

หนังสือเล่มแรกของโลกทางประวัติศาสตร์ที่ได้จารึกไว้

หนังสือเล่มแรกของโลกทางประวัติศาสตร์ที่ได้จารึกไว้

ทุกท่านเคยสงสัยไหมว่าหนังสือที่เราเห็นกันอยู่ทั่วไป เล่มไหนเป็นเล่มแรกของโลกที่ทางประวัติศาสตร์ได้จารึกไว้? แน่นอนว่าหนังสือเล่มนั้นก็คือหนังสือที่มีชื่อเรื่องว่า “วัชรสูตร หรือ Daimond Surta” นั่นเอง ซึ่งหากใครที่อยากรู้ว่าหนังสือเล่มนี้มีเนื้อหาเป็นอย่างไร ใครเป็นผู้เขียน วันนี้ทุกท่านจะได้ทราบกัน เพราะเราได้รวบรวมประวัติของหนังสือดังกล่าวแบบเจาะลึกมาไว้ให้แล้ว หนังสือเล่มแรกของโลกที่ประวัติศาสตร์จารึกไว้ หนังสือเรื่อง วัชรสูตร หรือ Daimond Surta เป็นหนังสือที่ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 868 (ประมาณ 1,100 ปี) โดย วาง เฉีย นักเขียนชาวจีน จึงแต่งออกมาด้วยภาษาจีนทั้งหมด ลักษณะของหนังสือจะเป็นม้วนไว้ มีความยาวอยู่ที่ 17.5 ฟุต และมีความกว้างอยู่ที่ 10.5 นิ้ว เรียกได้ว่าเปิดอ่านกันไปยาวๆ โดยหนังสือเล่มนี้มีการใช้บล็อคไม้ตีพิมพ์ซึ่งมีทั้งตัวอักษร และภาพที่มีลายเส้นสวยงาม ละเอียด คมชัดในคราวเดียวกันลงบนกระดาษเพื่อบันทึกข้อมูลไว้เป็นเล่มแรก ไม่เหมือนกันกับบันทึกอื่นๆ ที่มีต่อๆ มาจะใช้ลักษณะการเขียนด้วยลายมือลงในกระดาษ หรือแกะสลักลงไปบนแผ่นศิลาจารึก หิน ฯลฯ สำหรับเนื้อหาของหนังสือเรื่องวัชรสูตร หรือ Daimond Surta นี้ จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนา ความไม่มีตัวตน ความว่างเปล่าของสิ่งต่างๆ […]

หนังสือที่มีมูลค่ามากที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จัก

หนังสือที่มีมูลค่ามากที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จัก

ทุกสิ่งอย่างล้วนมีราคาในตัวของมันเอง “หนังสือ” ก็เช่นกัน ที่ในบางเล่มดูเหมือนจะธรรมดา แต่ถ้าหากคุณได้รู้ราคาแล้วล่ะก็ คุณจะอึ้ง ทึ่ง จนต้องอ้าปากค้างเลยทีเดียว!! โดยบทความนี้เราได้ทำการรวบรวมหนังสือที่มีมูลค่ามากที่สุดเท่าที่โลกเคยรู้จักมาฝาก จะต้องใช้เงินมหาศาลขนาดไหนมันคาดไม่ถึงจริง ๆ หนังสือมูลค่ามากที่สุดเท่าที่โลกรู้จัก หนังสือเรื่อง First Folio ขอเริ่มต้นด้วยหนังสือเรื่อง First Folio ที่มีอยู่ 228 เล่มทั่วโลก ที่เป็นผลงานการเขียนโดย William Shakespeare นักเขียนระดับโลก ซึ่งถูกประมูลไปด้วยราคา 203 ล้านบาท!! ในปี ค.ศ. 2001 จากผู้ร่วมก่อตั้ง Microsoft “พอล แอลเลน” หนังสือเรื่อง The Canterbury Tales เล่มต่อมาขอยกให้หนังสือเรื่อง The Canterbury Tales ที่ถูกเขียนขึ้นช่วงศตวรรษที่ 14 เนื้อหาเกี่ยวกับการเรื่องเล่าของสามัญชนคนธรรมดาเรื่องย่อยๆ รวมกัน ซึ่งมีทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง โดย Geoffrey Chaucer ด้วยภาษาละตินและฝรั่งเศส ราคาของหนังสือเล่มนี้อยู่ที่ 253 ล้านบาท!! […]

หนังสือที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

หนังสือที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

“หนังสือคือขุมทรัพย์แห่งความรู้” คงเคยได้ยินประโยคที่ว่านี้กันมาบ้าง ซึ่งหนังสือก็แบ่งออกเป็นหลายหมวดหมู่ให้เราได้เลือกอ่านมาเนิ่นนาน บ้างเล่มอยู่กับเรามาหลายทศวรรษ หลายร้อยปี และสำหรับใครที่อยากรู้ว่าปัจจุบันยังมีหนังสือที่เก่าแก่ที่สุดในโลกเล่มใดบ้าง บทความนี้จะพาทุกท่านไปสัมผัสกัน รับรองว่าบรรดาหนอนหนังสือต้องตื่นเต้นแน่ๆ รวบรวมหนังสือเก่าแก่ที่สุดในโลก หนังสือ Historia Plantarum หนังสือเล่มนี้ถูกค้นพบในช่วงศตวรรษที่ 15 ทางตอนเหนือของอิตาลี เป็นสือที่เกี่ยวกับพืชพรรณในสมัยกรีซโบราณ โดย Theophrastus นักพฤกษศาสตร์ฝั่งโลกตะวันตกที่มีทั้งไม้พุ่ม สมุนไพร ไม้ยืนต้น เป็นการจัดประเภทของพืชที่พบนั่นเอง ปัจจุบันหนังสือเล่มนี้จัดอยู่ในหนังสือเก่าแก่หายาก ณ ห้องสมุด Chicago Botanic Garden (ซื้อมาในปี ค.ศ. 2002) หนังสือ Viaticum สำหรับหนังสือ Viaticum เป็นหนังสือที่มีมาก่อน ค.ศ. 1244 หรือราวศตวรรษที่ 10 ในประเทศอิตาลี โดยแพทย์ชาวมุสลิมที่เขียนเกี่ยวกับพื้นฐานการแพทย์ ร่างกายมนุษย์ รวมถึงการตอบสนองทางอารมณ์ต่างๆ ภายหลังถูกนำมาดัดแปลงใหม่ด้วยภาษาละติน โดย Constantinus Africanus ปัจจุบัน ห้องสมุดด้านการแพทย์ที่ The College of Physicians of […]

ทำความรู้จักศิลาจารึกของประเทศไทย

ทำความรู้จักศิลาจารึกของประเทศไทย

เรื่องเกี่ยวกับหลักศิลาจารึกของไทยที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ในสมัยนั้นๆ ให้กับคนรุ่นหลังให้รับรู้ในเวลาต่อมา เป็นสิ่งที่ทุกคนร่ำเรียนกันตั้งแต่เด็ก ซึ่งในประเทศไทยเราก็มีศิลาจารึกอยู่มากมาย หลายสถานที่ ดังนั้นสำหรับใครที่สงสัยและอยากทำความรู้จักศิลาจารึกของไทยให้มากขึ้นกว่า ไม่ได้มีแค่ของพ่อขุนรามคำแหงเท่านั้น รู้จักศิลาจารึกของไทย ศิลาจารึกจักเป็นหลักฐานสำคัญที่ให้ความรู้ทั้งทางภาษา ตัวอักษร แสดงถึงวัฒนธรรมชนชาติของผู้ที่จารึก ซึ่งไทยเราพบศิลาจารึกสุโขทัยหลักที่ 1 ที่เมืองเก่าสุโขทัย โดยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) เมื่อครั้งเสด็จออกผนวช เป็นศิลาจารึกลายสือไทยของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ที่ทรงสลักไว้เมื่อปี พ.ศ. 1835 บอกเล่าเรื่องราวที่กล่าวถึงเหตุการณ์ต่างๆ ในสมัยสุโขทัย ศิลาจารึกสุโขทัยที่ถูกสลักไว้นั้นเมื่อนำมาแปลแล้วมีจำนวนทั้งสิ้น 15 หลัก ปัจจุบันได้จำแนกตามลักษณะของตัวอักษรออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ – จารึกที่ใช้อักษรขอมสุโขทัย –  จารึกที่ใช้อักษรไทยสุโขทัย – จารึกที่ใช้อักษรขอมขึ้นต้น และต่อด้วยอักษรไทยสุโขทัย – จารึกที่ใช้อักษรไทยขึ้นต้น และต่อด้วยอักษรขอมสุโขทัย –  จารึกที่ใช้อักษรไทยสุโขทัยขึ้นต้น และต่อด้วยอักษรธรรมล้านนา ตัวอย่างศิลาจารึกที่พบในประเทศไทย ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหง เป็นศิลาจารึกหลักที่ 1 ที่สร้างจากหินทรายแป้ง กว้างด้านละ 35 ซม. สูง 111 […]